ทสจ.ปัตตานี ผนึกกำลังมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ลงพื้นที่ปะนาเระ ติดตามกลุ่มเลี้ยง "ชันโรง" ขับเคลื่อนชุมชนคาร์บอนต่ำ
[ปัตตานี – 12 พฤษภาคม 2569] นายธนกร ทังตุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี (ผอ.ทสจ.ปัตตานี) นำทีมเจ้าหน้าที่ ทสจ. ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ตำบลท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง ภายใต้โครงการส่งเสริมชุมชนรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ชู "ชันโรง" ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการเลี้ยงชันโรงของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลท่าน้ำ ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ โดย ผอ.ทสจ.ปัตตานี ระบุว่าการส่งเสริมการเลี้ยงชันโรงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เนื่องจากชันโรงจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่ปราศจากสารเคมีและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง ทสจ.ปัตตานี และมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ที่ต้องการเปลี่ยนวิถีการผลิตแบบเดิมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีประเด็นหลักที่สำคัญคือ:
-
การเพิ่มพื้นที่สีเขียว: ชุมชนร่วมกันปลูกพรรณไม้เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ชันโรง ช่วยเพิ่มศักยภาพการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก
-
เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน: ส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรงที่มีมูลค่าสูง สร้างแรงจูงใจให้ชาวบ้านหวงแหนและรักษาทรัพยากรในท้องถิ่น
-
การสร้างเครือข่ายรักษ์โลก: พัฒนาให้ตำบลท่าน้ำเป็นโมเดลต้นแบบของชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้ควบคู่ไปกับการดูแลธรรมชาติ
ความสำเร็จจากการ "ปิดทองหลังพระ"
ทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เผยว่าการติดตามผลในครั้งนี้จะนำไปสู่การประเมินและวางแผนขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดปัตตานี เพื่อให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคสังคม ในการขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานีให้เป็นจังหวัดต้นแบบของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สืบไป
